7 ตลกร้ายในการทำธุรกิจ
Business Health Check

7 ตลกร้ายในการทำธุรกิจ

เริ่มทำธุรกิจ - เจ้าของธุรกิจ - แผนธุรกิจ - บทเรียนธุรกิจ - นอกตำราธุรกิจ
31 พฤษภาคม 69
1,234 Views

7 ตลกร้ายในการทำธุรกิจ
ถอดบทเรียนนอกตำราที่ผู้ประกอบการมักมองข้าม

ในการเริ่มต้นทำธุรกิจ เรามักจะเริ่มต้นด้วยความฝัน ความหลงใหล (Passion) และภาพความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ แต่ในโลกความเป็นจริงของสมรภูมิธุรกิจ มักมี "ตลกร้าย" ซ่อนอยู่เสมอ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้มักไม่ได้ถูกหยิบยกมาสอนในตำราเรียน แต่เป็นประสบการณ์ตรงที่คนทำธุรกิจส่วนใหญ่ต้องเคยเจ็บปวดและเผชิญหน้าด้วยตัวเอง

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก 7 ตลกร้ายในการบริหารธุรกิจ พร้อมแนวทางรับมือเพื่อสร้างรากฐานที่ยั่งยืนในระยะยาว

1.] แผนธุรกิจ


เริ่มต้นด้วย "ความอยาก" แต่ขาด "ความเป็นไปได้"

ผู้ประกอบการ SME ส่วนใหญ่มักเริ่มต้นธุรกิจจากความต้องการส่วนตัว หรือการมองเห็นโอกาสเพียงบางด้านที่คุณคิดว่าได้เปรียบ โดยละเลยการทำ แผนธุรกิจ (BUSINESS PLAN) อย่างจริงจัง

ตลกร้ายคือ: เรามักขับเคลื่อนธุรกิจด้วยสัญชาตญาณ โดยไม่มีแผนประเมินความเป็นไปได้ (Feasibility Study) มารองรับ สุดท้ายจึงต้องไปเผชิญหน้ากับปัจจัยลบมากมายที่เราไม่มีความพร้อมและไม่เคยตั้งรับมาก่อน

 

2.] บัญชีและการเงิน


แผนกสำคัญที่มักถูกสร้างขึ้น "ทีหลังสุด"

สถิติกว่า 90% ของเจ้าของธุรกิจ เริ่มต้นจากความถนัดและสิ่งที่ชอบ น้อยคนนักที่จะมีความเชี่ยวชาญด้าน บัญชีและการเงิน (Accounting & Finance) มาตั้งแต่ต้น

เมื่อเริ่มต้น สิ่งที่ผู้ประกอบการโฟกัสจึงมักเป็นการขายและการพัฒนาสินค้า ส่วนระบบบัญชีมักถูกมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก ซับซ้อน และถูกลดความสำคัญลงไปเป็นอันดับท้าย ๆ กว่าจะตระหนักได้ว่าระบบการเงินมีความสำคัญ ธุรกิจก็อาจจะเผชิญกับปัญหากระแสเงินสดติดขัดไปเสียแล้ว

 

3.] แหล่งเงินทุน


แบงก์อยากให้กู้ในวันที่ "มีเงิน" แต่ปฏิเสธในวันที่ "ขัดสน"

นี่คือหนึ่งในสัจธรรมและตลกร้ายที่เจ็บปวดที่สุดในโลกการเงิน

  • ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการขอสินเชื่อ: คือช่วงที่ธุรกิจมีผลประกอบการดี มีสภาพคล่องสูง และมีกระแสเงินสดหมุนเวียนอย่างราบรื่น
  • ช่วงเวลาที่กู้ยากที่สุด: คือช่วงที่ธุรกิจประสบปัญหา เงินขาดมือ และต้องการเงินทุนหมุนเวียนเข้ามาพยุงกิจการ

การเข้าใจพฤติกรรมของสถาบันการเงินจะช่วยเปลี่ยนมุมมองการวางแผนทางการเงิน (Financial Planning) ของคุณ โดยเจ้าของธุรกิจที่ดีควรกระจายความเสี่ยงและจัดหาแหล่งเงินทุนสำรองไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนที่ธุรกิจยังคงแข็งแรง

 

4.] บริหารความเสี่ยง


วาดฝันไปดาวอังคาร แต่ลืมนึกถึง "ทางรอด"

ทุกแผนงานของสตาร์ทอัพหรือ SME มักเต็มไปด้วยกลยุทธ์การเติบโต ยอดขายที่พุ่งทะยาน และเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ แต่สิ่งหนึ่งที่มักจะหายไปจากแผนเสนอขายงานคือ แผนบริหารความเสี่ยง (Risk Management)

ผู้ประกอบการมักลืมตั้งคำถามสำคัญที่ว่า "อะไรคือปัจจัยที่จะทำให้ธุรกิจเราเจ๊งได้บ้าง?" การมีแผนสร้างยอดขายเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีแผนรับมือความเสี่ยง เปรียบเสมือนการเหยียบคันเร่งรถยนต์เต็มสปีดโดยที่ระบบเบรกไม่ทำงาน

 

5.] สรรพากร


เพื่อนคู่คิดที่ถูกลืมจนวัน "ปิดงบ"

ในสมการของการทำธุรกิจ สิ่งแรกที่เราคิดถึงคือ ยอดขาย, กำไร, ค่าการตลาด, Stock สินค้า, เงินเดือนพนักงาน และ Fix Cost ต่าง ๆ เราหมุนเงินในลูปนี้เพื่อให้ธุรกิจเติบโต

แต่น่าแปลกที่ "ภาษีและสรรพากร" มักไม่ได้ถูกนับรวมอยู่ในสมการคำนวณต้นทุนตั้งแต่แรก เจ้าของธุรกิจหลายรายมักจะมาตื่นตัวก็ต่อเมื่อถึงกำหนดวันปิดงบการเงิน หรือในวันที่ได้รับจดหมายเรียกตรวจสอบย้อนหลัง ซึ่งกลายเป็นต้นทุนก้อนโตที่ไม่ได้วางแผนรับมือไว้

 

6.] ระบบ VS ความเชื่อใจ


เหตุแห่งหายนะเมื่อใช้ใจนำทาง

ตลกร้ายคลาสสิกของธุรกิจครอบครัวหรือ SME คือ การให้ความสำคัญกับ "ความเชื่อใจ" มากกว่า "ระบบควบคุมภายใน (Internal Control System)"

การบริหารงานด้วยความเชื่อใจโดยไม่มีระบบตรวจสอบที่รัดกุม มักเป็นบ่อเกิดของหายนะทางธุรกิจ ตั้งแต่ปัญหากระแสเงินสดรั่วไหล สินค้าสูญหาย ขายดีแต่ไม่มีกำไร ไปจนถึงการทุจริตภายในองค์กร

 

7. เจ้าของเก่ง VS ทีมเก่ง


กับดัก One-Man Show ที่ทำให้อนาคตไม่โต

ในการเริ่มต้นธุรกิจ "เจ้าของ" มักต้องเก่ง รอบรู้ และลงมือทำเองทุกอย่างเพื่อให้อยู่รอด (Survival) แต่นั่นเป็นเพียงกลยุทธ์ในระยะสั้นเท่านั้น

หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว (Scaling) สิ่งสำคัญคือการสร้าง ทีมงานที่มีศักยภาพ (High-Performance Team) เข้ามาเสริมในมิติที่เจ้าของไม่เชี่ยวชาญ ทว่าผู้ประกอบการหลายรายมักเสียดายงบประมาณในการจ้างบุคลากรระดับแนวหน้า และเลือกที่จะทำเองทุกอย่าง ผลลัพธ์คือธุรกิจต้องวนลูปอยู่ที่เดิมเพราะติดคอขวดที่ตัวเจ้าของเอง

 

สรุปแนวทางรอด: เปลี่ยน "ตลกร้าย" ให้เป็น "รากฐานที่ยั่งยืน"

จากประสบการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมา ความผิดพลาดส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากการขาดความรู้และประสบการณ์ในการบริหารจัดการ หากคุณเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้น หรือกำลังปรับปรุงธุรกิจเดิมให้มั่นคงขึ้น นี่คือ 6 แกนสำคัญที่ต้องลงมือทำทันที:

  1. ต้องมีแผนธุรกิจ (Business Plan): ประเมินความเป็นไปได้จริงก่อนลงทุน
  2. วางระบบบัญชีและการเงินให้เป๊ะ: อย่ารอให้ธุรกิจโตแล้วค่อยทำ
  3. วางแผนแหล่งเงินทุนล่วงหน้า: หาพันธมิตรทางการเงินในวันที่เรายังแข็งแรง
  4. คิดถึงแผนบริหารความเสี่ยงเสมอ: มองหาจุดตายของธุรกิจเพื่ออุดรอยรั่ว
  5. นำ "ภาษี" เข้าไปอยู่ในสมการต้นทุน: คิดราคาสินค้าและกำไรโดยคำนวณภาษีตั้งแต่วันแรก
  6. สร้างระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้: อย่าใช้ระบบความเชื่อใจเพียงอย่างเดียว และลงทุนกับทีมงานที่เก่งเพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า

การทำธุรกิจไม่มีทางลัด แต่การอุดรอยรั่วจากตลกร้ายเหล่านี้ จะช่วยลดโอกาสล้มเหลวและสร้างแต้มต่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ร่วมแบ่งปันมุมมอง: แล้วคุณล่ะครับ ในฐานะผู้ประกอบการ เคยเจอ "ตลกร้าย" ข้อไหนในธุรกิจของตัวเองบ้าง? หรือมีข้อไหนที่คิดว่าสำคัญที่สุด? มาร่วมคอมเมนต์พูดคุยและแชร์ประสบการณ์กันได้ข้างล่างนี้เลยครับ ขอเป็นกำลังใจให้คนทำธุรกิจทุกคนครับ!